|
|
||
| โครงสร้างขั้นตอนการสมัครและขอวีซ่าเพื่อศึกษาต่อประเทศญี่ปุ่น | ||
|
การดำเนินขั้นตอนการเข้าประเทศและการเรียนในประเทศญี่ปุ่น
|
|
|
1.วีซ่าสำหรับเข้าเรียนในประเทศญี่ปุ่น
|
วีซ่านักเรียนเป็นวีซ่าที่ออกให้สำหรับผู้ที่ได้รับเข้าเรียนในมหาวิทยาลัย วิทยาลับหลักสูตรระยะสั้น หรือโรงเรียนสายอาชีวะสายอาชีพ สำหรับผู้ที่เข้าเรียนในโรงเรียนสอนภาษาญี่ปุ่นนั้นจะได้รับการออกวีซ่าประเภทวีซ่านักเรียนภาษา ซึ่งเมื่อได้รับเข้าเรียนต่อในมหาวิทยาลัย หรือโรงเรียนอาชีวะสายอาชีพ วิทยาลัยหลักสูตรระยะสั้น สามารถเปลี่ยนประเภทของวีซ่าได้ |
| 2.ขั้นตอนในการเข้าประเทศของนักเรียนต่างชาติและการเข้าเรียนในสถานศึกษาต่างๆ ในประเทศญี่ปุ่น | นักเรียนต่างชาติจะต้องดำเนินการตามขั้นตอนต่างๆก่อนที่จะเดินทางเข้าประเทศญี่ปุ่นดังนี้
กรุณาศึกษาจากแผนผัง
ซึ่งอธิบายถึงขั้นตอนต่างๆในการไปศึกษาของญี่ปุ่น ไม่ว่าจะเป็นการสมัครเข้าเรียนในมหาวิทยาลัยจากต่างประเทศโดยตรง หรือการสมัครสอบเข้าเรียนในมหาวิทยาลัย
เมื่อได้มาอยู่ที่ญี่ปุ่นเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ตลอดจนการเข้าเรียนสอนภาษาญี่ปุ่น |
|
3.กรณีที่มีการสมัครเข้าเรียนโดยตรงจากต่างประเทศ
ดูแผนผังประกอบ (Flow chart)
|
มี 2 วิธี คือเจ้าตัวเป็นผู้ดำเนินการสมัครมาจากประเทศของตนเองโดยตรง
หรือขอให้ผู้ค้ำประกัน หรือผู้รับรองเป็นผู้ดำเนินการสมัครให้
(เป็นผู้รับมอบฉันทะให้มาสมัครแทน)ปัจจุบันโดยส่วนใหญ่แล้วนักเรียน
จะขอให้ผู้แทนของตนเป็นผู้มาดำเนินขั้นตอนการสมัครให้ จึงจะอธิบายรายละเอียดดังจะกล่าวต่อไปนี้ ผู้ค้ำประกันนักเรียนในฐานะตัวแทนของนักเรียนจะต้องไปยื่นเอกสารต่างๆต่อไปนี้ยังแผนกที่รับผิดชอบด้านการสมัครของสถาบันศึกษาหรือมหาวิทยาลัยที่นักเรียนมีความประสงค์จะเข้าเรียน
การยื่นสมัครนั้นตัวแทนของผู้สมัครจะต้องไปด้วยตัวเอง แต่ในกรณีที่ตัวแทนของผู้สมัครอยู่ไกลจากสำนักงานของกรมตำรวจตรวจคนเข้าเมืองที่จะต้องไปยื่นนั้น
ก็สามารถยื่นใบสมัครโดยการส่งเอกสารไปทางไปรษณีย์ก็ได้
และเนื่องจากในปัจจุบันการตรวจสอบที่เกี่ยวกับตัวผู้สมัครเองหรือผู้ค้ำประกันนั้น
มีการเพิ่มจำนวนมากขึ้นและเข้มงวดมาก นอกจากนี้ยังจะต้องใช้เวลาในการรวบรวมเอกสารที่ยื่นส่งมาตามเงื่อนไขเป็นกรณีๆไป (ผู้ยื่นค้ำประกันจะต้องมีรายได้ต่อปีไม่น้อยกว่า 3,000,000 เยน ) หลังจากการยื่นสมัครของตัวแทนผู้สมัครแล้ว หากไม่มีปัญหาอะไร ประมาณ 2-3 อาทิตย์ หน่วยงานที่ออกวีซ่าก็จะส่งใบรับรองการออกวีซ่าไปให้ตามที่อยู่ของตัวแทนนักเรียน และใบรับรองการออกวีซ่านี้มีผลใช้ภายใน 6 เดือน เมื่อตัวแทนได้รับแล้วก็จะส่งข้อมูลไปยังผู้สมัครทางไปรษณีย์ซึ่งผู้สมัครจะนำไปขอวีซ่าโดยยื่นพร้อมๆกับตั๋วเครื่องบินที่สถานทูตญี่ปุ่นประจำประเทศไทย (ตึกอโศกทาวเวอร์ชั้น 4 ) ซึ่งไม่กี่วันหลังจากนั้นจะได้รับการประทับตราวีซ่าลงในหนังสือเดินทางของผู้สมัคร ตัวแทนหรือผู้ค้ำประกันนักเรียนจะต้องรับผิดชอบในตัวผู้สมัครหรือนักเรียนที่จะให้สามารถเรียนได้ครบหลักสูตร
ซึ่งบางกรณีนักเรียนอาจสมัครด้วยตัวเอง
เช่นผู้ที่มีเวลาสะดวกเพียงพอในการดำเนินงานตามขั้นตอนต่างๆ หรือผู้ที่หาผู้ค้ำประกันไม่ได้ แต่นักเรียนจำเป็นต้องสมัครด้วยตัวเองและหมายความว่าการดำเนินขั้นตอนต่างๆนั้นผู้สมัครจะต้องอยู่ในประเทศญี่ปุ่น |
| 4.กรณีที่มีสมัครเข้ามหาวิทยาลัยกระทำในประเทศญี่ปุ่น (เปลี่ยนประเภทเจ้าของวีซ่า) |
สำหรับผู้ที่มีวีซ่านักเรียนอยู่แล้วก็ไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนแปลงประเภทของวีซ่าแต่อย่างไรในกรณีของผู้ที่มีวีซ่าประเภทอื่นอยู่ ยกเว้นผู้ที่มีวีซ่าประเภทข้าราชการหรือวีซ่าทูต จะต้องไปเปลี่ยนประเภทของวีซ่าให้เป็นวีซ่านักเรียน เมื่อได้รับการให้เข้าเรียนได้จากทางมหาวิทยาลัย โดยทั่วไปผู้ที่มีกำหนดการที่จะเข้าศึกษาในมหาวิทยาลัย และได้เดินทางเข้าประเทศญี่ปุ่นหรือผู้ที่อยู่ญี่ปุ่นมาก่อนแล้วก็สามารถขอเปลี่ยนวีซ่าเป็นวีซ่านักเรียนได้ สำหรับผู้ที่มีแผนการที่จะศึกษาต่อในมหาวิทยาลัยหลังจากเรียนในโรงเรียนสอนภาษาญี่ปุ่นจบแล้ว ในตอนแรกจะได้วีซ่าประเภทของวีซ่าใหม่เป็นวีซ่านักเรียน ซึ่งถ้าไม่มีปัญหาอะไรพิเศษเกิดขึ้นแล้วก็จะได้รับการเปลี่ยนวีซ่าโดยไปขอยื่นเปลี่ยนที่แผนกตรวจคนเข้าเมืองในประเทศญี่ปุ่น นอกจากนี้สำหรับผู้ที่มีวีซ่าที่มีกำหนดเวลามากกว่า 1 ปี และไม่มีปัญหาพิเศษอะไรที่เกิดขึ้นก็จะสามารถขอให้เปลี่ยนวีซ่าเป็นวีซ่านักเรียนเช่นเดียวกัน |
|
5. กรณีที่เข้าศึกษาในโรงเรียนสอนภาษาญี่ปุ่น ดูแผนผังประกอบ (Flow chart)
|
สำหรับกรณีที่นักเรียนต่างชาติที่เข้าเรียนในโรงเรียนสอนภาษาญี่ปุ่นเพื่อเรียนรู้ให้ภาษาญี่ปุ่นสามารถใช้งานได้อย่างจริงจัง และหลังจากนั้นจึงค่อยเข้าศึกษาต่อในมหาวิทยาลัย ในขั้นแรกนี้ขณะที่เรียนอยู่ในโรงเรียนสอนภาษานั้นจะได้วีซ่าประเภทนักเรียนภาษา (หรือเขียนไว้ในช่องวัตถุประสงค์วว่า To attend school) ซึ่งมีระยะเวลาของวีซ่า 6 เดือน สำหรับขั้นตอนโดยสังเขปนั้นจะเหมือนกับกรณีของการดำเนินการเข้ามหาวิทยาลัย ปัจจุบันการขอวีซ่านั้นจะดำเนินการไปพร้อมๆกับการขอให้ทางโรงเรียนรับเรียนในสถาบันการศึกษานั้นๆ และทางโรงเรียนจะเป็นผู้ดำเนินการยื่นขอวีซ่าที่กรมตำรวจตรวจคนเข้าเมืองในประเทศญี่ปุ่น หลังจากที่นักเรียนได้ส่งเอกสารต่างๆที่จำเป็นให้เรียบร้อยและครบถ้วนแล้ว และเมื่อผลการพิจารณาผ่านทางโรงเรียนจะส่งใบรับรองการออกวีซ่าไปให้นักเรียน ซึ่งนักเรียนจะต้องนำไปยื่นที่สถานทูตญี่ปุ่นในประเทศไทยที่แผนกที่รับผิดชอบในด้านการออกวีซ่า หลังจากนั้นไม่กี่วันก็จะได้รับการประทับตราวีซ่าในหนังสือเดินทาง ตั้งแต่เดือนพฤษภาคม ค.ศ.1989 เป็นต้นมา มีการก่อตั้งสมาคมส่งเสริมการศึกษาภาษาญี่ปุ่นขึ้น และโรงเรียนที่ได้รับการรับรองจากสมาคมนี้เท่านั้นที่ทางกรมตรวจคนเข้าเมืองจะอนุมัติการออกวีซ่าให้นักเรียนที่เข้าเรียนภาษาในโรงเรียนเหล่านี้
|
|
รายละเอียดเกี่ยวกับวีซ่า |
ประเภทและระยะเวลาของวีซ่า สำหรับผู้ที่จะเข้ามาศึกษาในโรงเรียนหรือมหาวิทยาลัยในญี่ปุ่นนั้น จะได้รับวีซ่าซึ่งแบ่งออกเป็นประเภทต่างๆดังนี้
การขอต่อวีซ่านั้นจำเป็นต้องมีใบรับรองจากสถาบันการศึกษาที่เรียนอยู่ไปแสดง ด้วยโดยเจ้าหน้าที่ของแผนกตรวจสอบและออกวีซ่าจะดูผลทั้งทางการเรียนและเปอร์เซนต์การเข้าเรียน ซึ่งถ้าต่ำกว่าที่ตั้งไว้ อาจไม่ได้รับการต่ออายุวีซ่า นอกจากนี้ในการขอวีซ่าทั้ง 2 ประเภท จะต้องมีผู้รับรองซึ่งอาจจะเป็นคนญี่ปุ่นหรือคนต่างชาติที่อาศัยอยู่ในประเทศญี่ปุ่นนานเกินกว่า 10 ปี หรือจะให้ทางโรงเรียนที่รับเข้าศึกษาเป็นผู้รับรองให้
|
| การทำงานพิเศษในประเทศญี่ปุ่น | ตามกฎหมายของประเทศญี่ปุ่น นักเรียนต่างชาติจะได้รับอนุญาติให้ทำงานพิเศษได้ไม่เกิน 20 ชม. ในหนึ่งอาทิตย์ และมีงานบางประเภทที่นักเรียนต่างชาติไม่ได้รับอนุญาตให้ทำ และรายได้จากการทำงานพิเศษ 20 ชม. ในหนึ่งอาทิตย์ ไม่เพียงพอที่จะใช้จ่ายในการดำรงชีวิตประจำวัน ดังนั้นจึงควรวางแผนการเงินเพื่อไม่ให้กระทบการเรียนและสุขภาพ |